การเสียภาษีเงินได้ของมูลนิธิหรือสมาคมเป็นอย่างไร

by taxlaw
0 comment
ภาษีเงินได้ของมูลนิธิ

การเสียภาษีเงินได้ของมูลนิธิหรือสมาคมเป็นอย่างไร

สำหรับการเสียภาษีเงินได้ของมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบการมีรายได้ นั้นเราคงสงสัยกันว่าที่กล่าวมาขั้นตอนนี้ได้มีการจัดเก็บหรือเสียภาษีอย่างไร เหมือนกับบริษัทหรือคนทั่วไปหรือไม่ กฏหมายภาษี หาคำตอบได้จากบทความนี้ได้เลย

การเสียภาษีเงินได้ของมูลนิธิหรือสมาคม

1. รายได้ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้ ได้แก่ รายได้จากการ ประกอบกิจการ เช่น ค่าเช่า รายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการ และรายได้จากทุน เช่น ดอกเบี้ย และเงินปันผล เป็นต้น และจะต้องนำรายได้มาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตรา ที่กฎหมายกำหนด โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

2. รายได้ของมูลนิธิหรือสมาคมที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ มีดังนี้

– ค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงที่ได้จากสมาชิก

– เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการบริจาค

– เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการให้โดยเสน่หา

– เงินได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนของมูลนิธิหรือสมาคม

การยกเว้นภาษีของมูลนิธิหรือสมาคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะมีรายได้จากกิจการประเภทใด และผู้บริจาคได้รับสิทธิ ดังนี้

– บุคคลที่ได้บริจาคเงินให้กับมูลนิธิหรือสมาคม มีสิทธินำเงินบริจาคมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ในการคำนวณเงินได้สุทธิ

– บริษัทหรือองค์กรที่ได้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้กับมูลนิธิ หรือสมาคมมีสิทธินำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาค ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

– สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประเภทขายสินค้า นำสินค้าไปบริจาคให้กับมูลนิธิหรือสมาคม ผู้ประกอบกิจการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลนิธิหรือสมาคม

อัตราภาษีและการคำนวณภาษีของมูลนิธิหรือสมาคม

มูลนิธิหรือสมาคมมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องเสียภาษีจากยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายในอัตรา ดังนี้

– เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 เช่น เงินได้จากดอกเบี้ย, เงินปันผล, ค่าเช่า, ค่าสิทธิ, ค่านายหน้า เป็นต้น เสียภาษีในอัตราร้อยละ 10.0

– เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ได้แก่ เงินได้จากธุรกิจการพาณิชย์, การเกษตร, การอุตสาหกรรม, การขนส่ง, การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการอื่น ๆ เสียภาษีในอัตราร้อยละ 2.0

สำหรับการคำนวณภาษี เมื่อมูลนิธิหรือสมาคมมีรายได้จากการประกอบกิจการจะต้องนำรายได้ ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นมาคำนวณภาษี โดยคำนวณจากรายได้ก่อนหักรายจ่าย คูณด้วยอัตราภาษีร้อยละ 10.0 หรือร้อยละ 2.0 แล้วแต่กรณี ผลที่ได้เป็นภาษีที่ต้องเสีย และการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของมูลนิธิหรือสมาคม จะต้องคำนวณตามรอบระยะเวลาบัญชีเช่นเดียวกับ “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล 

You may also like

Leave a Comment